โรงเรียนเทศบาล ๑ (วัดสัตตนารถปริวัตร)
ถนนวรเดช  ตำบลหน้าเมือง  อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี 70000
เบอร์โทรศัพท์ 032-337247
ประวัติโรงเรียน
ประวัติโรงเรียน
          โรงเรียนเทศบาล ๑ (วัดสัตตนารถปริวัตร) อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี จัดตั้งมาก่อนใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา เดิมเป็นโรงเรียนที่ทางวัดจัดตั้งขึ้นอยู่ภายในกำแพงของวัดใช้ศาลาต้นจันซึ่งอยู่ตรงข้ามหอระฆังในปัจจุบันนี้เป็นสถานที่เรียน
 
 
พ.ศ. ๒๔๕๐ ขุนบำนาญวรวัจน์ ข้าหลวงธรรมการมณฑลคนแรก ได้จัดการศึกษาหัวเมืองเปลี่ยนฐานะเป็นโรงเรียนรัฐบาลชื่อ “โรงเรียนตัวอย่าง (วัดสัตตนารถปริวัตร)”

พ.ศ.๒๔๕๕ ทางราชการได้ขอใช้ทีดินว่างเปล่าหลังวัดสัตตนารถปริวัตร เพื่อสร้างอาคารเรียนถาวรเป็นตึกเรียนทรงปั้นหยาสองชั้น กว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๒๗ เมตร มีห้องเรียน ๖ ห้องเรียน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามโรงเรียนหลังนี้ว่า “โรงเรียนเบญจมราชูทิศ” จึงย้ายโรงเรียนจากสถานที่เดิมไปเรียน และเปิดทำการสอนตั้งแต่ขั้นมูลถึงชั้นประโยคประถมศึกษา มีครูใหญ่ตั้งแต่เปิดเรียน คือ
๑. ขุนรัตนครีพ (คุณครูสุข)
๒. ขุนยุพานุศาสตร์ (คุณครูตาด)
๓. คุณครูเนย

พ.ศ. ๒๔๗๐ ทางโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ได้ยุบชั้นมูลและชั้นประถมศึกษาคงเปิดทำการสอนชั้นมัธยมปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมปีที่ ๖ ทางวัดสัตตนารถปริวัตร จึงเปิดทำการสอนชั้นมูลถึงชั้นประถมศึกษาในบริเวณวัดแทนเป็นต้นมา ครูใหญ่คนแรกคือ คุณครูบุญรอด รินรศ และท่านได้ถึงแก่กรรม เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ ทางราชการจึงได้แต่งตั้งครูใหญ่แทนคือ คุณครูเยื่อ พลจันทร์

พ.ศ.๒๔๗๘ พระคุณเจ้าท่านเจ้าคุณพระธรรมเสนานีราชบุรีวรนายก เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสพิจารณาเห็นว่าอาคารเรียนเดิมไม่เหมาะสม จึงได้จัดสร้างโรงเรียนหลังใหม่ โดยอุทิศเงินส่วนตัวของท่าน จำนวน ๒๕๖.๕๓ บาท กองสลากกินแบ่งจังหวัดราชบุรีสมทบอีก ๒,๐๙๔.๑๒ บาท ผู้มีจิตศรัทธารวมบริจาคอีก ๒๒๒ บาท เรือนจำราชบุรีบริจาคหินและทราย คิดเป็นเงิน ๑๓๕.๔๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๗๐๘.๐๕ บาท สร้างอาคารเรียนเป็นเรือนปั้นหยาสองชั้น ขนาดกว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๒๗ เมตร มีห้องเรียน ๖ ห้องเรียน ให้ชื่ออาคารเรียนว่า “ อาคารราชบุรีวรนายก”

พ.ศ.๒๔๙๙ เทศบาลเมืองราชบุรี ได้จัดสรรงบประมาณสร้างอาคารขึ้น ๑ หลัง เป็นเงิน ๘๐,๐๐๐ บาท เงินสมทบจากวัดสัตตนารถปริวัตร ๑๘,๓๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๙๘,๓๐๐ บาทแต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ

พ.ศ. ๒๕๐๒ เทศบาลเมืองราชบุรีได้ก่อสร้างเพิ่มเติมจนเสร็จเรียบร้อย สิ้นเงินอีก ๑๕๑,๗๐๐ บาท
จึงเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๒๕๐,๐๐๐ บาท สร้างอาคารเรียน ๒ ชั้น มี ๖ ห้องเรียน ห้องเรียนพิเศษ ๒ ห้อง
ได้ทำพิธีเปิดป้ายอาคารเรียนเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ ชื่อ “อาคารเขมานันทมุนี”

พ.ศ. ๒๕๐๖ เทศบาลเมืองราชบุรีได้ใช้งบประมาณสร้างต่อเติมอาคารเขมานันทมุนี ไปทางด้าน
ริมแม่น้ำแม่กลองเป็นอาคารไม้เหมือนเดิม เพิ่มอีก ๖ ห้องเรียน สิ้นเงิน ๒๑๔,๐๐๐ บาท จึงรวมเป็น
ค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๔๖๔,๐๐๐ บาท และได้ทำพิธีเปิดอาคารเรียนเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๐๘

พ.ศ. ๒๕๐๘ เนื่องจากอาคารเรียน “ราชบุรีวรนายก” สร้างมาเป็นเวลา ๓๐ ปี บางส่วนของ
อาคารเรียนชำรุดเสียหายจึงมีการปรับปรุง ซ่อมแซม โดยใช้งบประมาณของกรมสามัญศึกษาทำการ
เปลี่ยนหลังคา เครื่องบนฝ้าเพดาน หน้าต่าง กันสาด ฝากั้นห้อง พื้น ลูกกรง โบกปูนและทาสีใหม่
โดยวิธีสืบราคา เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๘ จัดทำเสร็จภายใน ๖๐ วัน ค่าซ่อมรวม 60,000 บาท
๑ มกราคม ๒๕๐๙ เทศบาลเมืองราชบุรี ได้รับมอบอาคารเรียนและครูที่สมัครโอนเป็นพนักงาน
เทศบาลตำแหน่งครูจากโรงเรียนประชาบาล เข้ารับเงินเดือนจากงบประมาณของเทศบาลโดยตรง
ปีการศึกษา ๒๕๑๒ เทศบาลเมืองราชบุรีได้อนุมัติให้โรงเรียนเปิดทำการสอนชั้นประถมปลายเป็น
ปีแรก โดยเปิดเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เพิ่มอีก ๑ ห้องเรียน

พ.ศ. ๒๕๑๗ เทศบาลเมืองราชบุรีได้รับเงินอุดหนุนจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อสร้างอาคารแบบ
๕๓๔ เป็นตึก ๓ ชั้น มี ๖ ห้องเรียน ได้รับการอุดหนุน ๕๒๒,๗๐๐ บาท เงินเทศบาลสมทบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นค่าก่อสร้าง ๖๒๒,๗๐๐ บาท เริ่มสร้างตั้งแต่วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ถึง ๒๔ มกราคม ๒๕๑๘ รวม ๑๘๐ วัน

ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ เทศบาลเมืองราชบุรีได้รับเงินอุหนุนเฉพาะกิจจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อสร้าง
อาคารเรียนเป็นอาคารตึก 4 ชั้น ชั้นล่างโล่ง จำนวน 15 ห้องเรียน โดยได้รับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ
5,805,000 บาท และเงินสมทบจากเทศบาลอีก 2,884,000 บาท รวมเป็นค่าก่อสร้าง 8,689,000 บาท
ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกันยายน พ.ศ. 2542

พ.ศ. 2544 เทศบาลเมืองราชบุรีได้รับเงินอุดหนุนจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
เพื่อสร้างอาคารแบบ คสล. 4 ชั้น 12 ห้องเรียน ชั้นล่างโล่ง เป็นจำนวนเงิน 4,915,000 บาท และเงินสมทบจากเทศบาลอีกจำนวน 1,210,000 บาท รวมเป็นค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 6,125,000 บาท ซึ่งในการก่อสร้างนี้ได้รื้ออาคารเขมานันทมุนี ทางด้านทิศเหนือออกไปบางส่วน แล้วก่อสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นมาแทนโดยเริ่มก่อสร้างในเดือนกันยายน 2544 และก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2545 โดยใช้ชื่ออาคารว่า “อาคารเทพสุเมธี”

พ.ศ. 2549 เทศบาลได้รับเงินอุดหนุนจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อสร้างอาคารแบบ สน.ศท. 4/12 ชั้นล่างโล่ง เป็นเงินจำนวน 7,277,000 บาท ซึ่งในการก่อสร้างนี้ได้รื้ออาคารเขมานันทมุนี และก่อสร้างอาคารใหม่แทน โดยเริ่มก่อสร้างในเดือนกันยายน 2548 แล้วเสร็จเดือนเมษายน 2549